• houseofsoap Design

Beauty Talk EP.3 : Brand Name


ตั้งชื่ออะไรดีนะ ชื่อฉัน เเล้วอย่าหลงไป ชื่อใคร

สวัสดีคะแฟนเพจทุกท่าน ครั้งนี้ก็มาถึงตอนที่ 3 เเล้ว ที่เอชจะมีเรื่องเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์มาฝากกัน

ซึ่งใน 2 ตอนที่แล้ว กับหัวข้อ Branding และ Brand Design ก็ทำให้มีหลายคน เกิดความคิดสร้างสรรค์ อยากเริ่มต้นที่อยากจะสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง แต่สุดท้ายเเล้วก็จะยังมีคำถามที่พบบ่อย ๆ

คำถามที่ง่ายที่สุด .. กลับเป็นคำถามที่หาคำตอบยากที่สุด

นั่นก็คือ ชื่อแบรนด์อะไรดี ? โอ๊ยย ทำไมมันลังเลไปหมด ชื่อนั้นก็ดี ผ่านไปสองวัน ชื่อนี้ดีกว่า จะยึดหลักอะไรเป็นตัวกำหนดดี

ซึ่งในตอนนี้ เอชก็จะมาแนะนำเทคนิคการตั้งชื่อ ว่าตั้งอย่างไรได้บ้าง และเเบบไหนที่ไม่ควรทำ!

⚠️ หมายเหตุ ในคอลัมน์นี้ จะเน้นการตั้งชื่อ ที่ไม่ได้ยึดหลักการสร้างคำแบบโหราศาสตร์ ฮวงจุ้ย ซึ่งการตั้งชื่อรูปแบบนั้นจะต้องอาศัยทฤษฎีอีกประเภทเป็นตัวกำหนด

*** Brand Name มีหลักการสร้างอย่างไร ? หลักการสร้าง Brand Name ในคอลัมน์นี้ เราจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. ชื่อ ที่มีคำเฉพาะ เกี่ยวข้องกับธุรกิจและสินค้า 2. ชื่อ ที่ไม่มีคำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับธุรกิจนั้นเลย 3. ชื่อ ตามเทรนด์และกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ การพลิกแพลงคำต่าง ๆ

*** แบบที่ 1 ชื่อ ที่มีคำเฉพาะ เกี่ยวข้องกับธุรกิจและสินค้า ตรงตัวตามหัวข้อ ชื่อในลักษณะนี้ จะเป็นการตั้งชื่อแบบพื้นฐานทั่วไป ซึ่งทุกคนมักจะมีไอเดียในด้านนี้กันอยู่เเล้ว เพราะเป็นชื่อที่มักพบเห็นกันได้บ่อยครั้ง แต่จะมีอยู่มากในธุรกิจบางประเภท เช่น ธุรกิจอาหาร โดย คำที่ใส่ลงไป มักจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจนั้น ๆ

ยกตัวอย่างร้านอาหาร คนตั้งชื่อมักจะสอดแทรกคำว่า อร่อย แซ่บ ยำ ลงไปเพื่อบ่งชี้ให้ลูกค้านั้น เพียงแค่ฟังชื่อ ก็สามารถเข้าใจได้ว่าขายอะไร และสามารถสัมผัสรสชาติ ผ่านการตั้งชื่อไปในตัว อาทิเช่น ร้าน แซ่บอินดี้ แซ่บไทอีสาน อร่อยดี กับข้าวกับปลา ซึ่งในทุกธุรกิจนั้น ก็สามารถผสมคำพวกนี้ลงไปได้เลย

แม้กระทั่ง ธุรกิจก่อสร้างกระจก หลายบริษัทมักผสมคำลงไป เช่นคำว่า Glass, Window อาทิเช่น บริษัท Modern Glass, Winbox, Inter Glass เมื่อผสมคำลงไปเเล้ว เราก็จะพอนึกออกได้ทันทีว่า น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าอะไร

*** แบบที่ 2 ชื่อ ที่ไม่มีคำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับธุรกิจนั้นเลย ในรูปแบบการตั้งชื่อแบบนี้ จะไม่มีกรอบทางความคิด จึงมักเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่ ครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ก็เป็นการตั้งชื่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเลือกได้อย่างตรงใจของตัวเอง บ่งบอกสไตล์ของเจ้าของแบรนด์ได้ดี จึงเป็นการตั้งชื่อที่เกิดจากความรัก และสัมผัสมันได้จากข้างในของผู้ตั้งเอง หรือง่าย ๆ เรียกว่า ก็ชอบแบบนี้อ่ะ จะเอา หลักการจึงมีเพียงไม่กี่อย่าง คือ ไม่ยาว ไม่ย่อ ไม่หยาบ ไพเราะ เเละจดจำง่าย

*** แบบที่ 3 ชื่อ ตามเทรนด์และกระแสในช่วงเวลานั้น ๆ การพลิกแพลงคำต่าง ๆ ในลักษณะนี้ จะเป็นการตั้งชื่อที่เน้นไปทางความสนุกสนาน ตามกระแส เน้นเป็นคำเก๋ ๆ ที่อยู่ในยุคนั้น หรือ ช่วงเวลานั้น มักเป็นคำที่ฮิตติดปาก ฟังเเล้วจดจำได้ทันที อาทิเช่น ร้านอาหาร ชาบูหน้าหม้อ เลือกใช้คำที่ออกแนวทะลึ่งนิด ๆ แต่เป็นคำที่วัยรุ่นมักพูดติดปาก จึงทำให้จดจำได้ง่าย มีการสื่อสารปากต่อปากได้

แต่ข้อเสียของการตั้งชื่อประเภทนี้ เมื่อวันเวลาผ่านไป คำบางคำ หากอยู่นอกกระเเสไปเเล้ว ชื่อร้านเราที่เคยโด่งดังในวันนั้น ๆ ก็อาจจะกลายเป็นความโบราณในช่วงเวลาต่อไปได้ จึงมักทำให้เกิดการรีแบรนด์ เปลี่ยนชื่อกันบ่อย หรือดูเป็นรสนิยมการตั้งชื่อระดับปานกลางถึงล่างไปเลย

ฉะนั้น การเลือกคำเฉพาะทางด้านนี้ ก็ต้องประเมินฐานลูกค้าของเราด้วยว่าเหมาะสมหรือเปล่า มูลค่าของแบรนด์สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งชื่อมูลค่าหลักร้อย แต่ขายสินค้าราคาหลักแสน --

ซึ่งใน 3 รูปแบบข้างต้น เป็นหลักเกณฑ์คร่าว ๆ เท่านั้น แต่ ..ในสิ่งที่เอชต้องการบอกต่อในวันนี้ นั่นก็คือ

"อย่ากังวลในชื่อที่เรากำลังตั้ง"

ถ้าจะบอกว่า ใช้ชื่ออะไรก็ได้ที่เราชอบ จะดูไม่มีทฤษฎีเกินไปไหม แต่ใช่! เพราะจริง ๆ เเล้ว การทำให้ชื่อจดจำง่ายและดัง ไม่ได้อยู่ที่การใช้คำสวย ๆ เพียงเท่านั้น

การตั้งชื่อที่ดี เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้คนจดจำเราได้ หรือเรียกเราถูก ลองมองกลับกันว่า ชื่อแบรนด์ ก็เหมือนชื่อคน ทุกคนก็มีชื่อ และหลาย ๆ ชื่อก็ไพเราะเเละมีความหมาย บางคนก็แปลสารพัดว่า มีความหมายเป็นนั้นแบบนี้ แต่สังเกตได้ใช่หรือไม่ว่า ชื่อที่เราจดจำได้ทุกวันนี้ เราไม่ได้รู้ความหมาย ว่าชื่อของเค้าคนนั้นแปลว่าอะไร แต่เราจดจำชื่อนั้นได้ จากสิ่งที่เค้ากระทำเเละปฎิบัติ

ชื่อที่จดจำได้ มักมาจากผลของการกระทำที่ดี และ ชื่อแบรนด์ที่จดจำง่าย มักมากับการตลาดที่ส่งเสริมไปในทางที่ดี

บางครั้งคำที่เรามองว่า เชย กลับเป็นคำที่ทุกคนจดจำเเละชื่นชอบเสียด้วยซ้ำ ลองนึกถึงวงดนตรีในเมืองไทย เช่น วง Big Ass, Bodyslam ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ก้นใหญ่ กับ ทุ่มสุดตัว ซึ่งเชยมาก แต่ชื่อเหล่านี้ ทุกคนกลับไม่ได้มองที่ความหมาย แต่กลับมองสิ่งที่เค้าทำ และกลายเป็นชื่นชอบ อีกทั้งเป็นคำฮิตติดปากเสียด้วยซ้ำไป

การสร้างชื่อแบรนด์ที่ดี การตลาดของแบรนด์นั้น ๆ ต่างหาก ที่จะเป็นตัวยกระดับสินค้าของคุณ และคุณภาพของแบรนด์จะเป็นตัวพยุงความสำเร็จ ให้คนหันมามองในทางที่ดี ดูน่าเชื่อถือ (แต่ไม่ควรตั้งชื่อสุดโต่งเกินไปนะคะ)

ฉะนั้น การเลือกคำมาใช้ในการตั้งชื่อ ก็ควรเลือกคำที่แสดงถึงรสนิยมของแบรนด์ แสดงถึงรสนิยมของเจ้าของ (ควรเป็นชื่อที่เจ้าของรัก ไม่ต้องถามใครมาก)

แต่ก็ยังมีทริคการตั้งชื่อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรกระทำ นั่นก็คือ

1. ไม่ควรตั้งชื่อยาวจนเกินไป หลายครั้ง บางแบรนด์ ชอบตั้งชื่อยาว ๆ ชื่อแบรนด์ 4-6 พยางค์ เป็นสิ่งต้องห้าม 1-3 พยางค์ ดูเป็นสิ่งที่ลงตัวที่สุดในการออกแบบชื่อ

เพราะต่อให้ยาวและเก๋ สุดท้ายก็ไม่มีความหมาย ถ้าจำยาก ยกตัวอย่างแบรนด์ดัง ๆ Nike, Adidas, Pepsi, Coke ล้วนใช้คำสั้น ๆ ที่เราก็ไม่รู้ความหมายอะไรของคำนั้น ๆ รู้แค่ เรียกง่าย กระชับ น่าจดจำ การตลาดดี สินค้ามีคุณภาพ

2. ไม่ใช้ชื่อย่อ (อย่าห่วงความหมาย) การตั้งชื่อ ถ้าเป็นไปได้ ไม่ควรใช้ชื่อย่อ หรือมีจุดใด ๆ ก็ตามผสมอยู่

ยกตัวอย่าง ร้านคอมพิวเตอร์ในห้างสมัยก่อน ชอบตั้งชื่อร้าน STCG, ORP, CFG .. มากมาย อาจย่อมาจาก CFG = Computer Fashion Guide ซึ่งเป็นสิ่งไม่จำเป็น เเล้วสุดท้ายก็ไม่มีใครจำได้

แต่ร้านที่คนจำได้กลับเป็นร้านใหม่ ๆ ที่ตั้งชื่อง่ายแล้วจำได้ทันที เช่น Banana IT, IT City, Jaymart ที่แค่พูดถึงชื่อทุกวันนี้ ทุกคนก็ร้องอ๋อ เพราะจำได้ ขนาดร้านที่ทุกคน เรียกว่า จิ๊บๆๆ สมัย 10 ปีก่อน ตั้งชื่อร้านว่า J.I.B. เพราะห่วงว่า จะตั้งชื่อจิ๊บ ตามเจ้าของเเล้วไม่เท่ห์ จึงผสม จุด ลงไป จนทุกวันนี้ต้องเอาจุดออก เพราะสุดท้าย คนก็เรียก JIB เพราะเรียกง่าย ขนาดการตลาดดี เจอชื่อย่อ ก็ยังต้องยอมสยบ จากที่เจ้าของเคยพะวงว่า ชื่อ จิ๊บ จะทำให้ร้านดู Low Grade ไม่น่าจดจำ แต่ทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ความหมาย เพราะการตลาดดี ชื่อเลยดูแพงไปเลย

ฉะนั้นการตั้งชื่อย่อ เพราะห่วงความหมายมากเกินไป ไม่ได้มีผลดีกับการจดจำของแบรนด์นั้นเลย ควรเป็นชื่อที่เจ้าของคิดเอง และหลงใหลในชื่อนั้นจริง ๆ

และ การตั้งชื่อที่จดจำง่าย ต้องมาพร้อมแผนการตลาดที่ดี ถึงจะเป็นตัวส่งเสริมให้ชื่อนั้นทรงพลังในการทำธุรกิจ และ ชื่อของคุณ จะถูกจดจำในฐานะ Best Name Best Seller

📌 ในหัวข้อการตั้งชื่อแบรนด์คราวนี้ ก็เป็นทริคเล็กน้อย ซึ่งถ้าลูกค้าท่านใดติดปัญหาการตั้งชื่อแบรนด์ ก็สามารถ Inbox มาสอบถามได้นะคะ แล้วเอชจะเป็นเหมือนเพื่อนที่ให้คำแนะนำ เเละพร้อมก้าวสู่ความสำเร็จไปกับคุณ

House of Soap Thailand Make Great Together : ก้าวสู่ความสำเร็จไปด้วยกัน

🔖 ติดตามข่าวสารต่างๆ หรือโปรโมชั่นอัพเดต 👉🏼 ได้ทาง http://bit.ly/2gVy01i Line@ ID : @houseofsoap.th

ดู 19 ครั้ง

M A K E   G R E A T   T O G E T H E R

© 2018 House of Soap All Rights Reserved.